แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ Dorayaki(どら焼き, どらやき)

เมนูแนะนำ Dorayaki(どら焼き, どらやき)


เมนูแนะนำ Dorayaki(どら焼き, どらやき) สุดยอดขนมจานโปรดของโดราเอมอน แมวหุ่นยนต์สีฟ้าสุดน่ารักของโนบิตะ ขวัญใจเด็กๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่เดิมขนม Dorayaki ต้นฉบับแบบญี่ปุ่นนั้นไม่มีการใส่ไส้ คือเป็นแผ่นแป้ง Dorayaki ธรรมดาๆ ทานคู่กับเครื่องดื่มชาร้อน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน หน้าตาของขนม Dorayaki จึงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยที่เปลี่ยนไป

สูตรขนม Dorayaki ที่จะพาเพื่อนๆ มาล้วงความลับ เมนูอาหาร ให้ได้ทำ เมนูแนะนำ ทานกัน ยังคงเป็นสูตรในแบบฉบับดั้งเดิม ที่ทอดโดยใช้กระทะไฟฟ้าในการทอด เพราะจะสามารถควบคุมอุณหภูมิความร้อนได้ง่าย ไม่เหมือนการทอดแบบใช้เตาถ่ายทอด ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิความร้อนได้ยาก หากไฟเตาถ่านอ่อนเกินไป จะทำให้แป้ง Dorayaki แบนไม่ขึ้นฟู ส่วนถ้าไฟของเตาถ่านแรงมากจนเกินไปก็จะทำให้แป้ง Dorayaki ไหม้ก่อนที่จะสุก เอาละเมื่อทำความเข้าใจกับเคล็ดไม่ลับ และประวัติบางส่วนของขนม Dorayaki มาเพียงพอแล้ว ต่อมาเราก็มาเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนมกับเสียก่อน ซึ่งประกอบไปด้วย ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ผงฟู น้ำเปล่า แป้งเค้ก และวัตถุดิบสำหรับทำไส้ขนม ประกอบไปด้วย ถั่วแดงกวน วิปปิ้งครีม น้ำตาลไอซิ่ง และเมื่อจัดเตรียมวัตถุสำหรับทำขนมพร้อมไส้เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็มาเริ่มลงมือทำขนมสุดโปรดของโดราเอมอนกันได้เลย เริ่มจาก ตีไข่ผสมน้ำตาลให้ขึ้นฟู แล้วใส่น้ำเปล่า น้ำผึ้ง และแป้งตีผสมให้เข้ากัน นำแป้งที่ตีขึ้นฟูแล้วไปแช่เย็นประมาณ 30 นาที ในระหว่างนี้เราก็มาจัดเตรียมไส้ขนมไปพร้อมๆ กัน เริ่มจากการนำน้ำตาลไอซิ่งมาตีผสมกับวิปปิ้งครีมจนขึ้นฟูสวย ใส่ถั่วแดงกวนผสมลงไปคนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อวัตถุดิบแป้ง และไส้พร้อมแล้ว ต่อมาก็มาทอดแป้งกันได้เลย โดยการทาน้ำมันไปที่กระทะพอประมาณ แล้วค่อยๆ หยอดแป้งลงกระทะในลักษณะกลมๆ พอแป้งด้านบนขึ้นฟองเดือด ให้พลิกด้านแล้วทอดต่ออีกซักครู่ จะได้แผ่นแป้ง Dorayaki ที่รอการใส่ไส้เข้าไป พักแป้งให้พออุ่นแล้วตักไส้ถั่วแดงที่ทำไว้ใส่เข้าไป เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนม Dorayaki สุดโปรดของโดราเอมอนไว้ทานที่บ้านแล้ว

เมนูแนะนำ ขนมสุดโปรดของโดราเอมอน เป็นขนมที่ทำทานได้เองที่บ้านง่ายๆ ด้วยมีวิธี และวัตถุดิบในการทำที่ไม่ยุ่งยาก หรือซับซ้อน ทั้งวัตถุดิบยังสามารถหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้ว เราจะต้องเสียตังค์ในการซื้อขนมทานกันทำไม สู้ทำทานเองที่บ้านและยังสามารถนำไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้านแสนน่ารักของเรา ได้ลองทานฝีมือเราอีกด้วย  

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ปาท่องโก๋ยัดไส้

เมนูแนะนำ ปาท่องโก๋ยัดไส้


เมนูแนะนำ วันนี้ จะเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ เมนูอาหาร ประยุกต์ดัดแปลงอย่าง "ปาท่องโก๋ยัดไส้" กัน เคยไหมที่หลายครั้งซื้อปาท่องโก๋มาแล้วทานไม่หมด ต้องทิ้งไว้ให้เหี่ยวแห้งไม่น่าทาน จนสุดท้ายต้องกลายเป็นว่าทิ้งลงถังขยะเช่นเดิม แต่เดี๋ยวก่อนเราสามารถนำปาท่องโก๋ที่ทานไม่หมด มาดัดแปลงจนกลายเป็นอีกหนึ่งอาหารสุดอร่อยได้

ก่อนที่เราจะมาเริ่มลงมือทำสุดยอดปาท่องโก๋ยัดไส้สุดอร่อย เราต้องมาจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเมนูนี้กันเสียก่อน ซึ่งประกอบไปด้วย ปาท่องโก๋ทอด(เก่าหรือใหม่ก็ได้) หมูบด ต้นหอมซอย น้ำมันหอย น้ำมันงา พริกไทย เมื่อจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำ เมนูแนะนำ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาเริ่มลงมือทำกันได้เลย เริ่มจากการทำไส้ปาท่องโก๋ก่อนโดยนำหมูบด ต้นหอมซอย น้ำมันหอย น้ำมันงา พริกไทย มาผสมคลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำปาท่องโก๋มาจับแยกคู่ แล้วผ่ากลางเพื่อยัดไส้ที่เราทำไว้ อัดไส้หมูเข้าไปในเนื้อปาท่องโก๋ให้แน่นๆ นำไปทอดในน้ำมันร้อนจัด เคล็ดลับในการทอดปาท่องโก๋ยัดไส้ ก็คือให้คว่ำหน้าปาท่องโก๋ลง แล้วทอดไปจนกว่าไส้จะสุกจึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปาท่องโก๋ยัดไส้อร่อยๆ ไว้ทานกัน แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบทานปาท่องโก๋ยัดไส้เพียวๆ ก็สามารถทำน้ำซอสไว้ทานร่วมกับปาท่องโก๋ยัดไส้ได้

สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ชอบทาน เมนูแนะนำ ปาท่องโก๋ยัดไส้เพียวๆ เรามีเคล็ดลับในการทำน้ำซอสสุดอร่อยมาแบ่งปัน ซึ่งมีวิธีในการทำที่ไม่ยาก เริ่มจากนำซีอิ๊วขาวต้มผสมกับน้ำเดือดจัด พอน้ำซุปเดือดให้ใส่บ๊วยเจี่ยลงไปคนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำมันงา และน้ำมันหอยเข้าไป เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อย รอน้ำซุปเดือดจึงใส่เห็ดหอม แห้ว ลำไย และแป้งลงไปผัดให้เข้ากัน ก็จะได้น้ำซอสไว้ทานคู่กับปาท่องโก๋ยัดไส้สุดอร่อย ทานคู่กันอร่อยอย่าบอกใคร ได้ความหวานจากน้ำซอส ผสมคลุกเคล้ากับรสชาติของปาท่องโก๋ กลายเป็นรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมพอดีทาน   

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ บราวนี่แสนอร่อย

เมนูแนะนำ บราวนี่แสนอร่อย


เมนูแนะนำ "บราวน์นี่" วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับวิธีทำบราวน์นี่แสนอร่อยกัน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ อบด้วยไมโครเวฟ ก็จะได้บราวน์นี่แสนอร่อยทานกัน สำหรับ เมนูอาหาร ประเภทขนมบราวน์นี่เหมาะสำหรับท่านที่เบื่อจะทานช็อคโกแลตเล่นๆ เมนูขนมบราวน์นี่สามารถช่วยท่านได้

ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำขนมบราวน์นี่กัน ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับวัตถุดิบสำหรับใช้ทำขนม เมนูแนะนำ ชนิดนี้กันเสียก่อน โดยวัตถุดิบในการทำขนมบราวน์นี่ประกอบไปด้วย แป้งอเนกประสงค์ ผงฟู ช็อคโกแลตแท่ง (หรือสำหรับใครที่ชอบทานรสชาติของโกโก้ ก็สามารถเลือกใช้ผงโกโก้แทนช็อคโกแลตได้) เนยสดรสเค็ม ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และถั่วชนิดต่างๆ ตามแต่ความชอบ เมื่อเราเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็สามารถมาลงมือทำขนมกันได้เลย ซึ่งวิธีในการทำขนมเริ่มจาก การนำช็อคโกแลตและเนยสดไปละลาย แยกช็อคโกแลตออกมาส่วนหนึ่ง ไว้สำหรับทำหน้าบราวน์นี่ ในส่วนนี้หากท่านที่ใช่ดาร์คช็อคโกแลต แนะนำให้ผสมน้ำตาลเข้าไปด้วย เพราะดาร์คช็อคโกแลตจะมีความขมมากกว่าช็อคโกแลตทั่วไป จากนั้นให้นำเนยสดและช็อคโกแลตที่ละลายไว้มาผสมรวมกัน ใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไปด้วย พักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วตอกไข่ใส่ผสมลงไป คนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้นำมาตีผสมรวมกับแป้งอเนกประสงค์ และผงฟู ตักส่วนผสมที่รวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วใส่ภาชนะ นำเข้าอบที่ตู้ไมโครเวฟประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะได้ขนมบราวน์นี่แสนอร่อยไว้ทานที่บ้านกัน

ขั้นตอนสำคัญเมื้อแป้งขนมสุกแล้ว ก็คือการนำมาราดด้วยหน้าช็อคโกแลต ในส่วนของการทำหน้าขนมบราวน์นี่นั้นสามารถใช้ถั่วชนิดต่างๆ ที่เราจัดเตรียมไว้โรยหน้าเข้าด้วยก็ได้ เมื่อราดหน้าด้วยช็อคโกแลตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำ เมนูแนะนำ เข้าแช่ตู้เย็น รอให้หน้าช็อคโกแลตแข็ง ก็สามารถนำออกมาทานได้เลย 

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีส

เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีส


เมนูแนะนำ ในวันนี้จะมาแนะนำให้ได้ทราบถึงวิธีในการทำ "ผักโขมอบชีส" กัน ทุกๆ คนคงจะรู้จักผักโขมกันเป็นอย่างดี เพราะแน่นอนว่าสมัยวัยเด็กคงไม่มีใครไม่รู้จักป๊อบอายกัน ด้วยคำนิยามสั้นที่ติดปากของแม่ๆ ทั้งหลายว่า "อยากแข็งแรงอย่างป๊อบอายต้องกินผักโขม"

การทำเมนูผักโขมอบชีสนั้น มีวิธีในการทำที่ง่ายมากๆ ก่อนอื่นที่เราจะมาเริ่มทำอาหารกัน ก็ต้องไปรู้จักกับวัตถุดิบในการทำอาหารกันเสียก่อน ซึ่งวัตถุดิบในการทำ เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีสนั้น ประกอบไปด้วย ผักโขม หอมหัวใหญ่ แฮม แป้งสาลี เนยสดรสเค็ม มอสซาเรลล่าชีส และนมสด เหตุผลที่เราเลือกใช้มอสซาเรลล่าชีสก็เพื่อ ต้องการให้อาหารที่เราทำเสร็จมีความยืด เหนียวหนึบน่าทาน เพราะมอสซาเรลล่าชีสนั้นจะมีความเหนียว ยืด มากกว่าชีสทั่วไป และเมื่อเราเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็จะมาเริ่มลงมือทำผักโขมอบชีสกันได้เลย เริ่มจากการนำผักโขมไปลวกในน้ำเดือดจัดให้ผักสลบเสียก่อน จากนั้นพักไว้ให้เย็นแล้วบีบน้ำออก นำมาหั่นให้เป็นท่อนๆ ขนาดพอดีคำ จากนั้นซอยหอมหัวใหญ่ แฮม แล้วนำไปผัดกับเนยให้สุก ตักขึ้นพักไว้ ในระหว่างนี้ให้นำเนยไปผัดรวมกับแป้งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน สังเกตุจากเนยจะจับตัวกับแป้งเป็นก้อนๆ พอแป้งสุกให้ค่อยๆ เทนมสดลงไป ยีให้เข้ากัน จากนั้นให้ใส่ผักโขมที่ลวกสุกลง พร้อมทั้งหอมหัวใหญ่ และแฮมที่นำไปผัดกับเนย คลุกเคล้าจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ภาขนะแล้วนำเข้าอบในไมโครเวฟได้เลย

ทริคพิเศษสำหรับการทำ เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีส ให้เหนียมนุ่มอร่อย ก็คือก่อนจะนำเข้าอบในไมโครเวฟให้นำมอสซาเรลล่าชีสแปะหน้าก่อน เพราะเมื่อนำเข้าไมโครเวฟมอสซาเรลล่าชีสก็จะละลายเหนียวนุ่มพอดี

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ แกงเขียวหวาน

เมนูแนะนำ แกงเขียวหวาน

เมนูแนะนำ อาหารยอดนิยม "แกงเขียวหวาน" สาวๆ หลายคนอาจจะขยาดชื่ออาหารประเภทนี้ก็เป็นได้ ด้วยส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เมนูอาหารชนิดนี้อร่อยมากเป็นพิเศษนั่นก็คือ "น้ำกะทิ" แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำกะทินั้นกลับอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายหลายชนิด และไม่ใช่ผู้ร้ายหรือตัวปัญหาต่อสุขภาพอย่างที่คิด แต่กลับอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่างวิตามิน และแร่ธาตุนานาชนิด อีกทั้งยังมีกรดไขมันชนิดอิ่มตัว ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ย่อยง่าย เมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบเผาผลาญภายในร่างกายแล้วร่างกายสามารถนำสารอาหารมาใช้งานได้ทันที

เมนูแนะนำ อย่างแกงเขียวหวานนั้นเป็นเมนูอาหารที่สามารถทำทานได้เองที่บ้านง่ายๆ ด้วยใช้วัตถุดิบ และวิธีในการทำที่ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อน วิธีในการทำ เมนูแนะนำ เมนูนี้อันดับแรกเลยก็คือ นำกะทิ (ใช้เพียงเล็กน้อย) และเครื่องพริกแกงไปเคี่ยวรวมกัน รอจนกว่ากะทิจะแตกมันแล้วใส่เนื้อไก่ลงไปผัดคลุกเคล้ากับเครื่องพริกแกงที่ผสมกับน้ำกะทิ เมื่อเนื้อไก่เริ่มสุกเล็กน้อยให้เติมน้ำกะทิในส่วนที่เหลือลงไป รอจนกว่าน้ำแกงเขียวหวานเดือดให้ปรุงรสตามใจชอบ จากนั้นใส่มะเขือเปราะซอยกับมะเขือพวงที่ล้างทำความสะอาดแล้วลงไปต้มให้สุก แล้วใส่ใบโหระพา ใบมะกรูด และพริกขี้หนูซอยลงไป เพียงเท่านี้ก็สามารถนำมารับประทานร่วมกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะนำมาทำเป็นน้ำยาขนมจีนทานก็อร่อยไปอีกแบบ

เคล็ดลับในการทำ เมนูแนะนำ แกงเขียวหวานให้อร่อย มีรสชาติมัน กลมกล่อม มีกลิ่นหอมชวนน่ารับประทานก็คือ การใช้กะทิที่คั้นสดๆ เองกับมือ ซึ่งน้ำกะทิที่คั้นสดนั้นจะให้กลิ่นหอมที่แตกต่างไปจากน้ำกะทิกล่อง และที่สำคัญเคล็ดลับที่จะช่วยทำให้แกงเขียวหวานมีกลิ่นหอมนั้นก็คือ การใช้ไฟอ่อนๆ ในการเคี่ยวน้ำกะทิร่วมกับเครื่องพริกแกง เนื่องจากเครื่องพริกแกงนั้นเป็นวัตถุดิบที่ไหม้ง่ายกว่าน้ำกะทิ หากใช้ไฟที่แรงมากจนเกินไปอาจทำให้เครื่องพริกแกงไหม้ก่อนที่น้ำกะทิจะแตกมันได้

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ข้าวเหนียวอัญชัน

เมนูแนะนำ ข้าวเหนียวอัญชัน

"ข้าวเหนียวอัญชัน" เมนูแนะนำ อาหารเพื่อสุขภาพจาก ร้านอาหาร The Home อุบล ซึ่งได้นำดอกอัญชันมาแปรรูปและประยุกต์ทำเป็นเมนูอาหาร เพื่อให้ง่าย และสะดวกต่อการรับประทาน อัญชันนั้นเป็นพืชไม้เลื้อยที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ในดอกอัญชันนั้นมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ดี ทำให้เลือดสามารถไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวกขึ้น แต่สำหรับในผู้ที่เป็นโรคเลือดจางไม่แนะนำให้ทานเมนูอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของดอกอัญชันในการผลิต เนื่องจากในดอกอัญชันนั้นมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด

นอกจากจะได้คุณประโยชน์จากการทาน เมนูแนะนำ เมนูนี้แล้ว ท่านยังจะได้รับอรรถรสในการทานอาหารอีกด้วย เนื่องจากสีสันของดอกอัญชันที่แต่งแต้มลงบนเนื้อข้าว ทำให้มีลักษณะน่าตาที่น่าทานเป็นอย่างยิ่ง การทานอาหารให้อร่อยนอกจากรสชาติของอาหารที่สำคัญแล้ว น่าตาและสีสันของอาหารก็มีผลต่อความอร่อยของเมนูอาหารเช่นกัน นอกจากการนำดอกอัญชันมาแปรรูปเพื่อใช้เป็นน้ำสำหรับหุงข้าวแล้ว ดอกอัญชันยังสามารถนำมาสกัดเพื่อเอาน้ำ นำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ด้วย 

ขั้นตอนในการทำ เมนูแนะนำ ข้าวเหนียวอัญชัน โดยเริ่มจากการนำดอกอัญชันมาสกัดเพื่อเอาน้ำ ในขั้นตอนนี้ถ้าหากต้องการน้ำอัญชันที่หอมแนะนำให้ใส่ใบเตยลงไปต้มกับดอกอัญชันด้วย เมื่อน้ำเดือดนำมากรองเอากากดอกอัญชัน และใบเตยออก จากนั้นนำน้ำที่ได้ไปใช้หุงข้าวแทนน้ำเปล่า  

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ สปาเก็ตตี้เบคอน

เมนูแนะนำ สปาเก็ตตี้เบคอน

เมนูแนะนำ "สปาเก็ตตี้เบคอน" อีกหนึ่งเมนูอาหารทำง่าย ที่สามารถทำทานได้เองที่บ้านง่ายๆ ด้วยมีวัตถุดิบที่ใช้ และวิธีในการทำอาหารที่ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เมนูแนะนำ จานนี้ใช้วัตถุดิบหลักๆ ในการทำก็คือ เบคอน เนื่องจากหัวใจหลักของการทานสปาเก็ตตี้นั้นก็คือการได้ทานสปาเก็ตตี้ที่มีกลิ่นหอม ซึ่งตัวเบคอนเองก็ค่อนข้างที่มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร จะช่วยทำให้สปาเก็ตตี้มีกลิ่นหอมชวนน่าทานมากยิ่งขึ้น

นอกจาก เมนูแนะนำ สปาเก็ตตี้เบคอนจะได้ความหอมจากเบคอนแล้ว การใช้วัตถุดิบอื่นร่วมในการทำอาหารอย่างเนย และใบโหระพาจะช่วยทำให้เมนูอาหารสปาเก็ตตี้จานนี้มีความหอมที่น่าทานมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้ความอร่อยของเมนูอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลิ่นที่หอมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับรสชาติและการจัดว่างน่าตาของอาหารอีกด้วย ขั้นตอนในการทำ เมนูแนะนำ จานนี้ก็คืออันดับแรกนำเส้นสปาเก็ตตี้ไปลวกในน้ำที่เดือด ซึ่งเคล็ดลับในการลวกเส้นสปาเก็ตตี้นั้นก็คือการใส่น้ำมันและเกลือเข้าไปด้วย (โดยน้ำมันที่ใช้จะเป็นน้ำมันพืช น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันงาก็ได้ ตามสะดวก) จะช่วยทำให้เมื่อเส้นสปาเก็ตตี้ที่สุกไม่เหนียวพันกัน จากนั้นนำเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้วไปล้างน้ำเปล่าเพื่อล้างเอาผงแป้งที่ตกค้างอยู่ออก แล้วนำไปพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ต่อมาทำซอสสปาเก็ตตี้ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทานเมนูอาหารประเภทนี้ โดยขั้นแรกให้ใช้เนยในการผัดแทนน้ำมันเพื่อความหอมของสปาเก็ตตี้ที่ได้ จากนั้นนำเบคอนและฮอทด็อกไปผัดรวมกับใบโหระพาจนเกรียม แล้วเติมน้ำซอสผสมลงไปผัดให้เข้ากัน นำมาราดบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่เตรียมไว้

เคล็ดลับพิเศษในการทำ เมนูแนะนำ จานนี้ก็คือไม่ควรนำเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้วไปผัดรวมกับน้ำซอสโดยเด็ดขาด ซึ่งหากนำเส้นสปาเก็ตตี้ไปผัดรวมกับน้ำซอสจะทำให้เส้นสปาเก็ตตี้ขาด และแฉะไม่น่าทาน ควรแยกทำน้ำซอสต่างหากแล้วจึงนำมาราดบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้ว