วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ปาท่องโก๋ยัดไส้

เมนูแนะนำ ปาท่องโก๋ยัดไส้


เมนูแนะนำ วันนี้ จะเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ เมนูอาหาร ประยุกต์ดัดแปลงอย่าง "ปาท่องโก๋ยัดไส้" กัน เคยไหมที่หลายครั้งซื้อปาท่องโก๋มาแล้วทานไม่หมด ต้องทิ้งไว้ให้เหี่ยวแห้งไม่น่าทาน จนสุดท้ายต้องกลายเป็นว่าทิ้งลงถังขยะเช่นเดิม แต่เดี๋ยวก่อนเราสามารถนำปาท่องโก๋ที่ทานไม่หมด มาดัดแปลงจนกลายเป็นอีกหนึ่งอาหารสุดอร่อยได้

ก่อนที่เราจะมาเริ่มลงมือทำสุดยอดปาท่องโก๋ยัดไส้สุดอร่อย เราต้องมาจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเมนูนี้กันเสียก่อน ซึ่งประกอบไปด้วย ปาท่องโก๋ทอด(เก่าหรือใหม่ก็ได้) หมูบด ต้นหอมซอย น้ำมันหอย น้ำมันงา พริกไทย เมื่อจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำ เมนูแนะนำ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาเริ่มลงมือทำกันได้เลย เริ่มจากการทำไส้ปาท่องโก๋ก่อนโดยนำหมูบด ต้นหอมซอย น้ำมันหอย น้ำมันงา พริกไทย มาผสมคลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำปาท่องโก๋มาจับแยกคู่ แล้วผ่ากลางเพื่อยัดไส้ที่เราทำไว้ อัดไส้หมูเข้าไปในเนื้อปาท่องโก๋ให้แน่นๆ นำไปทอดในน้ำมันร้อนจัด เคล็ดลับในการทอดปาท่องโก๋ยัดไส้ ก็คือให้คว่ำหน้าปาท่องโก๋ลง แล้วทอดไปจนกว่าไส้จะสุกจึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปาท่องโก๋ยัดไส้อร่อยๆ ไว้ทานกัน แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบทานปาท่องโก๋ยัดไส้เพียวๆ ก็สามารถทำน้ำซอสไว้ทานร่วมกับปาท่องโก๋ยัดไส้ได้

สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ชอบทาน เมนูแนะนำ ปาท่องโก๋ยัดไส้เพียวๆ เรามีเคล็ดลับในการทำน้ำซอสสุดอร่อยมาแบ่งปัน ซึ่งมีวิธีในการทำที่ไม่ยาก เริ่มจากนำซีอิ๊วขาวต้มผสมกับน้ำเดือดจัด พอน้ำซุปเดือดให้ใส่บ๊วยเจี่ยลงไปคนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำมันงา และน้ำมันหอยเข้าไป เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อย รอน้ำซุปเดือดจึงใส่เห็ดหอม แห้ว ลำไย และแป้งลงไปผัดให้เข้ากัน ก็จะได้น้ำซอสไว้ทานคู่กับปาท่องโก๋ยัดไส้สุดอร่อย ทานคู่กันอร่อยอย่าบอกใคร ได้ความหวานจากน้ำซอส ผสมคลุกเคล้ากับรสชาติของปาท่องโก๋ กลายเป็นรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมพอดีทาน   

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ก๋วยจั๊บเบคอนกรอบ

เมนูแนะนำ ก๊วยจั๊บเบคอนกรอบ


เมนูแนะนำ "ก๋วยจั๊บเบคอนกรอบ" นาทีนี้ต้องยกให้สุดยอดเมนูก๋วยจั๊บเบคอน ที่ก๋วยจั๊บทรงเครื่องธรรมดาๆ ต้องหลบไป วันนี้เราจะพาไปเอาใจสำหรับคนที่ชอบทานก๋วยจั๊บเป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าหากใครที่กำลังเบื่อๆ กับรสชาติของก๋วยจับทรงเครื่องท้องตลาด รับรองได้ว่าหากท่านได้ลองทานก๋วยจั๊บเบคอนสูตรนี้จะต้องติดอกติดใจกันอย่างแน่นอน

ก๋วยจั๊บเบคอนกรอบ สุดยอดเมนูก๋วยจั๊บที่ได้คิดค้น และดัดแปลงสูตรอาหารมาเอาใจชาวรักเบคอนให้ได้ทานกันอีกด้วย สำหรับก๋วยจั๊บเบคอนสูตรนี้ได้ดัดแปลงจากการใช้เต้าหู้ทอด มาลองใส่เบคอนทอดกรอบกันดูบ้าง ทั้งน่าทานและยังเป็นก๋วยจั๊บที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งวิธีในการทำ เมนูแนะนำ นั้นก็ไม่ยุ่งยากใดๆ เราลองมาลงมือทำกันได้เลย แต่ก่อนอื่นเราต้องไปจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำก๋วยจั๊บเบคอนกันเสียก่อน ประกอบไปด้วย เครื่องพะโล้แบบผง กระเทียม รากผักชีสับละเอียด น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วหวาน ไข่ไก่ต้มปลอกเปลือก เลือกไก่หั่นลูกเต๋าขนาอพอดีคำ และเมื่อจัดเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาเริ่มลงมือทำก๋วยจั๊บเบคอนกันได้เลย เริ่มจากนำกระเทียมกับรากผักชีไปเจียวด้วยกันให้หอม จากนั้นใส่เครื่องพะโล้ผงลงไปผัดให้หอม แล้วนำไข่ไก่ต้มผ่าครึ่งใส่ลงไปผัดด้วย เพื่อให้เครื่องพะโล้ซึมเข้าเนื้อไข่แดง จากนั้นปรุงรสด้วยด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วหวาน พร้อมเติมน้ำเข้าไปนิดหน่อย คนเบาให้ส่วนผสมเข้ากัน รอให้น้ำพะโล้เดือดแล้วใส่เลือดไก่หั่นเต๋าลงไป เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำพะโล้แสนอร่อยไว้ทานกับเส้นก๋วยจั๊บ

เมื่อเคี่ยวน้ำพะโล้จนได้ที่แล้ว ต่อมาก็มาลวกเส้นก๋วยจั๊บกัน โดยเส้นก๋วยจั๊บนั้นเลือกตามแต่ความชอบ เพราะมีทั้งเส้นเล็ก และเส้นใหญ่ เมื่อลวกเส้นก๋วยจั๊บเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ตักน้ำพะโล้ราดเส้นก๋วยจั๊บให้ท่วม จะได้ เมนูแนะนำ ก๋วยจั๊บแสนอร่อย ก่อนเสิร์ฟให้ใส่เบคอนทอดกรอบแทนเต้าหู้ทอด ก็สามารถทานได้เลย 

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ฮันนี่โทสต์กล้วยหอม


เมนูแนะนำ "ฮันนี่โทสต์กล้วยหอม" ร้อนๆ อย่างนี่ สาวๆ คงจะหาอาหารไว้ทานดับร้อนกัน วันนี้เราจะพามารู้จักกับสุดยอดเมนูอาหาร ที่สามารถทานเล่น และดับร้อนได้เป็นอย่างดี นอกจากจะเป็นอาหารว่างดับความร้อนในร่างกายได้แล้ว ยังเป็นอาหารว่างที่มีประโยชน์อีกด้วย ด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่างกล้วยหอม ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่าง วิตามิน นานาชนิด

เมื่อเห็นความสำคัญของอาหารว่างจานนี้แล้ว ก็มาเริ่มลงมือทำ ฮันนี่โทสต์กล้วยหอม กันได้เลย แต่ก่อนที่เราจะมาเริ่มลงมือทำอาหารว่างกัน ก่อนอื่นต้องเตรียมวัตถุดิบในการทำ เมนูแนะนำ กันเสียก่อน ซึ่งวัตถุดิบในการทำฮันนี่โทสต์กล้วยหอมนั้น ประกอบไปด้วยขนมปังแผ่นหนาๆ น้ำตาลทราย เนย น้ำผึ้ง (หรือคาราเมล) กล้วยหอมสุก และเครื่องเคียงเสริมตามใจชอบ (เช่น ไอศกรีม) และเมื่อเราเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารว่างเสร็จแล้ว ต่อมาก็มาเริ่มลงมือทำกันได้เลย เริ่มจากนำขนมปังไปกริลในกระทะ เพื่อให้ขนมปังมีความกรอบและหอมขึ้น ขั้นตอนต่อมาก็จะมาลงมือทำฮันนี่โทสต์กัน โดยการนำเนยไปละลายในกระทะ แล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปผัดจนเปลี่ยนสี ใส่น้ำผึ้ง หรือคาราเมล ลงไป คนให้เข้ากัน ตักฮันนี่โทสต์ราดลงบนหน้าขนมปังที่กริลเสร็จเรียบร้อยแล้ว หั่นกล้วยหอมขนาดพอดีคำ พร้อมเสิร์ฟด้วยเครื่องเคียงเสริมอย่างไอศกรีม

สำหรับ เมนูแนะนำ ฮันนี่โทสต์กล้วยหอม นอกจากจะใช้เป็นอาหารว่างทานเล่นแล้ว ทั้งยังเป็นอาหารว่างดับร้อน และมีประโยชน์แล้ว แต่ยังสามารถนำไปทำเป็นอาชีพเสริมได้ด้วย ด้วยการนำไปทำเป็นเมนูอาหารว่างทานเสริมคู่กับนมสดปั่น รับรองว่าอร่อยอย่าบอกใคร 
    

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ บราวนี่แสนอร่อย

เมนูแนะนำ บราวนี่แสนอร่อย


เมนูแนะนำ "บราวน์นี่" วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับวิธีทำบราวน์นี่แสนอร่อยกัน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ อบด้วยไมโครเวฟ ก็จะได้บราวน์นี่แสนอร่อยทานกัน สำหรับ เมนูอาหาร ประเภทขนมบราวน์นี่เหมาะสำหรับท่านที่เบื่อจะทานช็อคโกแลตเล่นๆ เมนูขนมบราวน์นี่สามารถช่วยท่านได้

ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำขนมบราวน์นี่กัน ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับวัตถุดิบสำหรับใช้ทำขนม เมนูแนะนำ ชนิดนี้กันเสียก่อน โดยวัตถุดิบในการทำขนมบราวน์นี่ประกอบไปด้วย แป้งอเนกประสงค์ ผงฟู ช็อคโกแลตแท่ง (หรือสำหรับใครที่ชอบทานรสชาติของโกโก้ ก็สามารถเลือกใช้ผงโกโก้แทนช็อคโกแลตได้) เนยสดรสเค็ม ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และถั่วชนิดต่างๆ ตามแต่ความชอบ เมื่อเราเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็สามารถมาลงมือทำขนมกันได้เลย ซึ่งวิธีในการทำขนมเริ่มจาก การนำช็อคโกแลตและเนยสดไปละลาย แยกช็อคโกแลตออกมาส่วนหนึ่ง ไว้สำหรับทำหน้าบราวน์นี่ ในส่วนนี้หากท่านที่ใช่ดาร์คช็อคโกแลต แนะนำให้ผสมน้ำตาลเข้าไปด้วย เพราะดาร์คช็อคโกแลตจะมีความขมมากกว่าช็อคโกแลตทั่วไป จากนั้นให้นำเนยสดและช็อคโกแลตที่ละลายไว้มาผสมรวมกัน ใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไปด้วย พักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วตอกไข่ใส่ผสมลงไป คนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้นำมาตีผสมรวมกับแป้งอเนกประสงค์ และผงฟู ตักส่วนผสมที่รวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วใส่ภาชนะ นำเข้าอบที่ตู้ไมโครเวฟประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะได้ขนมบราวน์นี่แสนอร่อยไว้ทานที่บ้านกัน

ขั้นตอนสำคัญเมื้อแป้งขนมสุกแล้ว ก็คือการนำมาราดด้วยหน้าช็อคโกแลต ในส่วนของการทำหน้าขนมบราวน์นี่นั้นสามารถใช้ถั่วชนิดต่างๆ ที่เราจัดเตรียมไว้โรยหน้าเข้าด้วยก็ได้ เมื่อราดหน้าด้วยช็อคโกแลตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำ เมนูแนะนำ เข้าแช่ตู้เย็น รอให้หน้าช็อคโกแลตแข็ง ก็สามารถนำออกมาทานได้เลย 

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีส

เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีส


เมนูแนะนำ ในวันนี้จะมาแนะนำให้ได้ทราบถึงวิธีในการทำ "ผักโขมอบชีส" กัน ทุกๆ คนคงจะรู้จักผักโขมกันเป็นอย่างดี เพราะแน่นอนว่าสมัยวัยเด็กคงไม่มีใครไม่รู้จักป๊อบอายกัน ด้วยคำนิยามสั้นที่ติดปากของแม่ๆ ทั้งหลายว่า "อยากแข็งแรงอย่างป๊อบอายต้องกินผักโขม"

การทำเมนูผักโขมอบชีสนั้น มีวิธีในการทำที่ง่ายมากๆ ก่อนอื่นที่เราจะมาเริ่มทำอาหารกัน ก็ต้องไปรู้จักกับวัตถุดิบในการทำอาหารกันเสียก่อน ซึ่งวัตถุดิบในการทำ เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีสนั้น ประกอบไปด้วย ผักโขม หอมหัวใหญ่ แฮม แป้งสาลี เนยสดรสเค็ม มอสซาเรลล่าชีส และนมสด เหตุผลที่เราเลือกใช้มอสซาเรลล่าชีสก็เพื่อ ต้องการให้อาหารที่เราทำเสร็จมีความยืด เหนียวหนึบน่าทาน เพราะมอสซาเรลล่าชีสนั้นจะมีความเหนียว ยืด มากกว่าชีสทั่วไป และเมื่อเราเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็จะมาเริ่มลงมือทำผักโขมอบชีสกันได้เลย เริ่มจากการนำผักโขมไปลวกในน้ำเดือดจัดให้ผักสลบเสียก่อน จากนั้นพักไว้ให้เย็นแล้วบีบน้ำออก นำมาหั่นให้เป็นท่อนๆ ขนาดพอดีคำ จากนั้นซอยหอมหัวใหญ่ แฮม แล้วนำไปผัดกับเนยให้สุก ตักขึ้นพักไว้ ในระหว่างนี้ให้นำเนยไปผัดรวมกับแป้งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน สังเกตุจากเนยจะจับตัวกับแป้งเป็นก้อนๆ พอแป้งสุกให้ค่อยๆ เทนมสดลงไป ยีให้เข้ากัน จากนั้นให้ใส่ผักโขมที่ลวกสุกลง พร้อมทั้งหอมหัวใหญ่ และแฮมที่นำไปผัดกับเนย คลุกเคล้าจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ภาขนะแล้วนำเข้าอบในไมโครเวฟได้เลย

ทริคพิเศษสำหรับการทำ เมนูแนะนำ ผักโขมอบชีส ให้เหนียมนุ่มอร่อย ก็คือก่อนจะนำเข้าอบในไมโครเวฟให้นำมอสซาเรลล่าชีสแปะหน้าก่อน เพราะเมื่อนำเข้าไมโครเวฟมอสซาเรลล่าชีสก็จะละลายเหนียวนุ่มพอดี

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ ขนมปังกระเทียม

เมนูแนะนำ ขนมปังกระเทียม


เมนูแนะนำ "ขนมปังกระเทียม" เป็นเมนูขนมปังที่ทำง่าย เหมาะสำหรับใครที่เบื่อทานขนมปังกับแยม หรือกับนมข้นหวานแล้ว ก็สามารถนำสูตรนี้มาประยุกต์ดัดแปลงทำทานได้ แน่นอนว่าขนมปังกระเทียมสูตรนี้ไม่เป็นรองแพ้ร้านนมเจ้าดังร้านไหนเลย

วันนี้เรามีสูตรทำขนมปังกระเทียมมาแนะนำให้ได้ลองทำทานกัน ก่อนที่เราจะลงมือทำ เมนูแนะนำ ขนมปังกระเทียมนี้ เราก็ต้องมารู้จักกับวัตถุดิบในการทำขนมปังกระเทียมกันเสียก่อน การจะทำขนมปังกระเทียมได้นั้นประกอบไปด้วย ขนมปังแผ่นชนิดหนา เนยเค็ม กระเทียมสับละเอียด และพาสลี่สับละเอียด เมื่อเราเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนมปังกระเทียมเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็มาเริ่มลงมือทำได้เลย เริ่มจากนำเนยเค็มมาละลาย แล้วใส่กระเทียมสับละเอียด และพาสลี่สับละเอียดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเอาเนยกระเทียมที่ได้มาปาดหน้าขนมปัง ความหนาของหน้าแล้วแต่ความชอบ ถ้าชอบทานหน้าขนมปังก็ให้ปาดหน้าเยอะๆ และเมื่อปาดหน้าขนมปังเรียบร้อยแล้ว ให้นำไปกริลในกระทะ พลิกหน้าสลับไปมาจนขนมปังสุกเหลืองก็สามารถนำมาทานได้เลย

สำหรับสูตรขนมปังกระเทียมสูตรนี้ นอกจากจะสามารถนำมาทำทานกันที่บ้านได้แล้ว แต่เรายังสามารถนำสูตร เมนูแนะนำ สูตรนี้มาทำรายได้เสริมได้ด้วย   



วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เมนูแนะนำ กิมจิเกาหลี

เมนูแนะนำ กิมจิเกาหลี


เมนูแนะนำ "กิมจิเกาหลี" วันนี้จะชวนเพื่อนๆ มาทำเมนูเพื่อสุขภาพอย่างกิมจิสไตล์เกาหลีทานกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมนูเกาหลีที่่สามารถทำทานกันได้เองที่บ้านง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเลย แต่สำหรับกิมจิสูตรนี้จะขอดัดแปลงรสชาติสไตล์เกาหลีเล็กน้อย เนื่องจากสูตรกิมจิของเกาหลีนั้นจะออกไปทางรสชาติที่คาว และเค็มมาก เพราะชาวเกาหลีเค้าจะใส่หมึก และน้ำปลาค่อนข้างเยอะ

วิธีทำ เมนูแนะนำ กิมจิสไตล์เกาหลี โดยวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้เลยก็คือผักกาดขาว ซึ่งเป็นพระเอกของเมนูอาหารชนิดนี้เลยก็ว่าได้ อันดับแรกนั้นให้นำผักกาดขาว และหัวไชทาวมาล้างทำความสะอาด แล้วหั่นให้เป็นชิ้นพอดีทาน จากนั้นนำผักที่หั่นเสร็จเรียบร้อยแล้วนำไปผสมคลุกเค้ากับเกลือป่น ตั้งพักทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งเกลือจะทำปฏิกิริยากับผักทำให้น้ำที่อยู่ในผักออกมา และผักจะเหี่ยวลง หลังจากนั้นให้นำผักมาล้างเพื่อเอาความเค็มจากเกลือออก แล้วบีบให้น้ำสะเด็ก ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าสำคัญมากหากเราล้างเอาความเค็มออกไม่หมด กิมจิที่เราทำออกมาจะมีรสชาติเค็มมาก


เมื่อเราเตรียมผักสำหรับดองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็มาถึงขั้นตอนที่เป็นหัวใจของการทำกิมจิ นั้นคือการผสมเครื่องปรุงสำหรับการดองกิมจิ ซึ่งเครื่องปรุงรสประกอบไปด้วย กระเทียมโขลกละเอียด ขิงโขลกละเอียด น้ำปลา หอมซอย และพริกป่นเกาหลี คลุกเคล้าเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากับผักสดที่จะดอง แล้วตักใส่กล่องนำไปแช่เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน เพียงเท่านี้ก็จะได้กิมจิอร่อยๆ ทานที่บ้านกัน

เคล็ดลับพิเศษของ เมนูแนะนำ สำหรับรสชาติและสีสันของตัวกิมจิ หากเพื่อนๆ ที่ชอบให้กิมจิมีสีสันสด น่าทาน ให้ใส่พริกเกาหลีลงไปในปริมาณที่มาก ซึ่งเพื่อนๆ ไม่ต้องกลัวว่ากิมจิที่ทำออกมาจะเผ็ดมากไปกว่าเดิม เนื่องจากพริกเกาหลีนั้นไม่เผ็ดอย่างสีสีนที่เห็น และสำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบกินกิมจิรสเปรี้ยวแนะนำให้ใส่น้ำตาลลงไปเพิ่ม เนื่องจากปฏิกิริยาจากการหมักดอง จะทำให้น้ำตาลที่เราใส่เข้าไปเพิ่มมีรสชาติเปรี้ยวแทนหวาน